ทำความสะอาดเขียงไม้ให้อยู่นานๆและไร้เชื้อรา

บ้านและที่อยู่ ทำความสะอาดเขียงไม้

เขียงไม้ อุปกรณ์ทำครัวหลักที่ขาดไม่ได้เลยตามครัวเรือน ซึ่งเขียงไม้นั้นทำมาจากไม้แน่นอนว่าเมื่อทำความสะอาดแล้วสิ่งที่เราต้องคำนึงคือ ความชื้น เชื้อโรคต่างๆ บนเขียงที่ตกค้างอยู่ทั้งนี้เราสามารถดูแลเขียงไม้ให้สะอาด ปลอดภัยจากเชื้อโรคหลายชนิด เพราะนอกจากจะมีความชื้นแล้ว ไม้นั้นยังส่งผลให้เกิดเชื้อโรคต่างๆ คราบสกปรก พร้อมกลิ่นเหม็นได้ ทีนี่เรามาดูกันว่าเขียงไม้นั้นสามารถทำความสะอาดได้ง่ายๆ โดยวิธีเหล่านี้

มะนาวและเกลือ วัตถุที่หาง่ายๆในครัวอย่าง มะนาวและเกลือ ซึ่งเป็นตัวช่วยในการขจัดคราบรวมถึงขจัดเชื้อราต่างๆจากเขียงได้อย่างดี วิธีง่ายๆโดยการนำมะนาวผ่าครึ่งนำมาขัดรอบๆเขียง และนำเกลือมาโรยรอบเขียงและขัดอีกครั้ง จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 5 -10 นาที แล้วนำไปล้างด้วยน้ำร้อน จากนั้นนำไปล้างด้วยน้ำยาล้างจานอีกครั้งเพียงเท่านี้เขียงไม้ก็สะอาดและไร้คราบสกปรกแล้ว

น้ำส้มสายชู มีกรดที่สามารถช่วยขจัดคราบและทำความสะอาดสิ่งสกปรกต่างๆได้ ทั้งยังสามารถขจัดกลิ่นหัวหอมและกระเทียมออกไปได้อย่างดี วิธีง่ายๆคือนำผ้ามาชุปกับน้ำส้มสายชู แล้วนำมาเช็ดหน้าเขียงไม้ ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกด้วยน้ำยาล้างจาน ข้อควรระวังคือควรสวมถุงมือด้วยเพราะอาจจะโดนน้ำส้มสายชูกัดมือได้

เบกกิ้งโซดา วิธีเดียวกับการใช้มะนาวและเกลือ เบกกิ้งโซดา สามารถทำความสะอาดสิ่งต่างๆได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ทำความสะอาดเขียงก็เช่นกัน โดยการนำเบกกิ้งโซดา ผสมกับเกลือและน้ำอุ่นและราดลงบนเขียงจากนั้นใช้แปรงสีฟันขัดเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

การเลือกชักโครก 2

อีกหนึ่งเรื่องที่ต้องรู้ก็คือเรื่องความสูงของชักโครก ซึ่งโดยปกติชักโครงจะมีความสูงอยู่ราวๆ 14 นิ้ว เป็นความสูงมาตรฐาน จังหวะที่นั่งลงไปเข่าจะงอเล็กน้อยเพื่อช่วยให้การปลดทุกข์จัดอยู่ในท่วงท่าที่สามารถปล่อยอาวุธออกมาได้ง่าย แต่สำหรับบ้านไหนที่เป็นห่วงเรื่องผู้สูงอายุที่ต้องใช้งานร่วมกันก็สามารถเลือกชักโครกรุ่นที่ผลิตมาเพื่อผู้สูงอายุได้ หรืออาจจะเลือกชักโครกที่มีความสูงประมาณ 16.5 นิ้ว ตามมาตรฐานโลกกำหนดสำหรับชักโครกผู้สูงอายุส่วนในเรื่องตำแหน่งการติดตั้งชักโครกที่ดีนั้น ควรให้เหลือพื้นที่ปลายสุดของชักโครกถึงผนังห้องน้ำอย่างน้อย 30 ซม. เพื่อไม่ให้หัวเข่าเราติดผนังห้องเวลาใช้งาน ส่วนรัศมี ส่วนรัศมีด้านข้างควรมีรัศมีการใช้งานอย่างน้อย 0. 80 – 1 ม. ความสะดวกในการใช้งานทุกท่วงท่าและอริยาบถ รวมไปถึงคนตัวใหญ่ก้สามารถใช้งานได้อย่างไม่ลำบาก

ปัญหาที่ทุกคนต้องเจอ ทุกบ้านต้องมี เลือกชักโครกไม่ดี จมูกจะบี้และพังได้ ปัญหานี้ก็คือกลิ่นย้อนศรที่ตีขึ้นมาหลังจากเก็บงาน ไม่ต้องนึกภาพก็แทบอาเจียน หากใครไม่อยากพบปัญหานี้ ควรเลือกชักโครก รุ่นที่มีระบบ Floor Flange หรือ ปะเก็นแว๊ก แทนการใช้ซีเมนต์ขาวยาแนวปิดทับรอยต่อ เนื่องจาก ปะเก็นแว็ก หรือ Wax Ring นี้ จะครอบรอยต่อแทนยาแนวบริเวณท่อน้ำทิ้งที่พื้นกับปลายท่อจากคอห่านชักโครกได้ดีและเรียบเนียนกว่า สามารถป้องกันกลิ่นย้อนศรเตะเข้าจมูก และการรั่วซึมที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากๆ กับชักโครกได้ ทั้งนี้เองนอกจากการเรื่องชักโครกรุ่นที่มีปะเก็นแว็กแล้ว ก็สามารถยาแนวรอบชักโครกซ้ำด้วยซิลิโคนคุณภาพสูงเพื่อป้องกันสองชั้น และช่วยไม่ให้น้ำซึมเข้าใต้ฐานชักโครกได้ ซึ่งหากทำตามครบองค์ประกอบนี้รับรองให้เป็นของเสียของช้าง ม้า วัว ควาย ซากสัตว์ตาย ก็ไม่วายที่จะส่งกลิ่นเหม็นขึ้นมาในห้องน้ำของเราได้

 

 

 

 

การเลือกชักโครก 1

สำหรับใครที่กำลังสร้างบ้านหรือรีโนเวทบ้านอยู่ และอยู่ในขั้นตอนการทำห้องน้ำ  มีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายๆ คนอาจจะมองข้ามไปเกี่ยวกับชักโครก หากไม่ศึกษาให้ดีเรื่องเล็กๆ อย่างชักโครกอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ภายในบ้านก็ได้ โดยเรื่องแรกที่ต้องรู้เกี่ยวกับชักโครกเลยก็คือ

การเลือกรูปแบบและรูปทรงของชักโครก

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำให้องค์ประกอบในห้องน้ำสมบูรณ์ก็คือการเลือกรูปแบบและรูปทรงของชักโครก ซึ่งถือเป็นสิ่งแรกสำหรับสุขภัณฑ์ที่ต้องคำนึงถึง โดยปัจจัยหลักในการเลือกชักโครก สิ่งที่ต้องดูอันดับแรกเลยก็คือเรื่องของรูปทรงของฝารองนั่งชักโครกที่ปัจจุบันส่วนใหญ่จะมีทรงกลม ทรงรี และรูปทรงอื่นๆ  ซึ่งมีลักษณะและการใช้งานของชักโครกที่แตกต่างกันไปสำหรับใครที่มีพื้นที่ในห้องน้ำจำกัด ไม่ใหญ่มาก แนะนำให้เลือกฝารองนั่งชักโครกแบบกลม เพราะมีขนาดเล็กกระทัดรัดใช้งานง่ายแต่ถ้าคนที่มีขนาดตัวใหญ่หน่อยจะใช้งานยากขึ้น ส่วนฝารองนั่งชักโครกทรงรีก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นมา นั่งสบายกว่าทรงกลม สามารถติดตั้งได้บนห้องน้ำที่มีพื้นที่กว้างขึ้นมาหน่อยเพราะมีรัศมีการใช้งานมากกว่า ที่สำคัญราคาของฝารองนั่งชักโครกทรงรีแพงกว่าทรงกลมด้วยทั้งนี้ในเรื่องความปลอดภัยของฝารองนั่งชักโครกก็ควรเลือกฝารองนั่งชักโครกสมัยใหม่จะมีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Soft Close ที่ช่วยในเรื่องการป้องกันฝารองนั่งชักโครกแตก ร้าว และก่อให้เกิดอันตรายเวลาใช้งานได้

การดูแลพรมในบ้าน

  • การใช้พรม

การเลือกซื้อพรมควรพิจารณาการใช้งานตามกิจกรรมของสมาชิกในบ้าน เนื่องจากไลฟ์สไตล์หรือการใช้ชีวิตภายในบ้านมีส่วนสำคัญและเกี่ยวข้องกับลักษณะของพรมปูพื้น เช่น การเลี้ยงสัตว์ หรือสมาชิกในครอบครัวมีเด็กเล็กที่พร้อมสร้างคราบสกปรกทุกเมื่อ บ้านของเราอาจจะไม่เหมาะกับพรมที่เสี่ยงเป็นคราบสกปรกง่ายนอกจากนั้น เรายังต้องพิจารณาสภาพแวดล้อมของบ้าน หากเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกหรือฝุ่นละออง เช่น ใกล้แหล่งโรงงานอุตสาหกรรม ใกล้ถนนใหญ่ หรือมักจะเปิดประตูหน้าต่างในบ้านทิ้งไว้ พื้นพรมของเราอาจจะกลายสภาพเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นละอองและสารก่อให้เกิดภูมิแพ้ ซึ่งเราจำเป็นต้องคอยหมั่นทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ

ขณะที่การเลือกใช้สีของพรม นอกเหนือจากความชื่นชอบแล้วยังสัมพันธ์กับการใช้งาน เช่น ในห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่นและสกปรกง่าย เราไม่ควรเลือกใช้พรมสีเข้มที่ไม่มีลวดลายและพรมสีอ่อนมาก เพราะจะทำให้เห็นรอยเปื้อนและฝุ่นละอองชัดเจนมาก โดยโทนสีสามารถช่วยปรับบรรยากาศของห้องได้ เช่น ถ้าเป็นห้องขนาดเล็ก เราควรเลือกโทนสีสว่าง เพื่อให้ห้องดูมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือการใช้ สีฟ้าและสีเขียวให้บรรยากาศเย็นสงบ รวมทั้งการใช้สีทองและสีแดงอ่อนเพื่อสร้างพลัง และให้ความรู้สึกความอบอุ่น นอกจากนั้นยังสามารถลดสีสันของห้องที่ฉูดฉาด ด้วยการปูพื้นพรมสีเนื้อหรือสีครีมผ่อนคลายบรรยากาศ

  • การดูแลทำความสะอาด

การปูพรมอาจจะให้สัมผัสที่ดีและอ่อนนุ่ม แต่ต้องแลกมาด้วยการทำความสะอาดพื้นพรม ซึ่งพรมแต่ละชนิดมีวิธีการทำความสะอาดและความพิถีพิถันในการดูแลรักษาแตกต่างกัน ซึ่งเราควรศึกษาวิธีการดูแลทำความสะอาดเบื้องต้น เพื่อชั่งใจคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะพรมปูพื้นอาจจะกลายเป็นแหล่งสะสมฝุ่นและเชื้อโรคที่ส่งผลต่อสุขภาพของสมาชิกในครอบครัวได้ ซึ่งหลายร้านที่ให้บริการปูพรมมักจะมีการรับประกันพรม และบริการหลังการขายเพิ่มเติม โดยเราสามารถสอบถามบริการเหล่านี้ได้จากผู้ให้บริการปูพรม

การเลือกสถานที่ปูพรม

สำหรับการปูพรมในบ้าน เราไม่สามารถใช้พรมแบบเดียวกันปูพื้นเหมือนกันทุกห้อง เนื่องจากพรมแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและการใช้งานที่เหมาะสมแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น พื้นโถงทางเดิน ซึ่งเป็นบริเวณที่ใช้งานบ่อยและเสี่ยงต่อการเกิดคราบสกปรกง่าย เราควรเลือกปูพรมขนตัดที่ให้ความทนทานและสัมผัสนุ่มเท้า รวมถึงมีคุณสมบัติป้องกันคราบซึมเปื้อนได้เป็นอย่างดีส่วนการปูพื้นขั้นบันไดควรเลือกปูพรมขนตัดแทนพรมขนห่วง เพราะสามารถนำมาโค้งงอตามรูปขั้นบันไดได้มากกว่า โดยก่อนซื้อเราควรทดสอบความหนาแน่นของพรม ด้วยการใช้นิ้วจิ้มสำรวจพื้นพรม ถ้าเส้นพรมมีความหนาและละเอียด เราจะไม่สามารถแตะถึงวัสดุบุรอง เพื่อให้ได้พรมที่ทอแน่นหนา และไม่ให้เส้นพรมแตกแยกเวลาโค้งงอตามขั้นบันได

ขณะที่ห้องรับประทานอาหารควรพิจารณาพื้นที่รับประทานอาหาร ขนาดและรูปทรงของโต๊ะอาหาร เช่น การใช้พรมสี่เหลี่ยมผืนผ้ากับโต๊ะที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือพรมวงกลมสำหรับโต๊ะอาหารทรงกลม ซึ่งหากปูพรมลงบนพื้นและจัดวางโต๊ะ เก้าอี้บนพรมแล้ว ชายขอบของพรมควรพอดีกับด้านหลังของเก้าอี้หรือเกินออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ด้านการปูพรมห้องนั่งเล่น ซึ่งช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้สมาชิกภายในบ้านใกล้ชิดกันมากขึ้น เราควรเลือกขนาดของพรมปูพื้นให้เหมาะสม ด้วยการวัดขนาดของชุดโซฟา ซึ่งขอบของพรมปูพื้นควรเสมอกับด้านหลังของโซฟา หรือให้ชายพรมเกินออกมาจากชุดโซฟาเล็กน้อยเช่นเดียวกับการปูพรมในห้องรับประทานอาหาร

ท้ายสุดกับปูพรมในห้องนอน ซึ่งมอบสัมผัสอ่อนนุ่มต้อนรับเช้าวันใหม่และก่อนนอนหลับฝันดี ด้วยความรู้สึกผ่อนคลายบนพื้นพรม ซึ่งการเลือกขนาดของพรมปูพื้นควรใช้พรมวางไว้ด้านข้างของเตียงนอน หรืออาจจะใช้พรมผืนใหญ่ผืนเดียวปูลอดใต้เตียงนอน โดยเว้นช่วงหัวเตียงให้พรมเสมอกับปลายเตียงหรือขอบพรมเลยปลายเตียงไปเล็กน้อย

ดับกลิ่นรองเท้าง่ายไม่กังวลกลิ่นในบ้าน

      รองเท้าเป็นสิ่งสำคัญในการใส่เพื่อกิจกรรมภายนอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ใส่เที่ยว ใส่ออกกำลังกาย หรือใส่ทำงาน ดังนั้นแล้วรองเท้านั้นมีระบบระบายอากาศค่อนข้างน้อยรวมถึงกิจกรรมการเดินที่ก่อเกิดกลิ่นอับที่ไม่พึงประสงค์และแน่นอนว่าหากอยู่ในบ้านอาจส่งผลเสียต่อกลิ่นภายในบ้านได้ ดังนี้วิธีการดับกลิ่นอับรองเท้าก็ไม่ยากนักสามารถทำได้ง่ายภายในบ้าน

ตากแดด แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ง่ายและสะดวกไม่ต้องกังวลมากนัก เนื่องจากแสงแดดช่วงกลางวันจะเป็นตัวฆ่าเชื้อโรคต่างๆรวมถึงกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ของรองเท้าด้วย ยิ่งในช่วงแดดแรงๆยิ่งได้ผลดี ดังนั้นควรหาบริเวณบ้านที่มีแดดส่องถึง ตากเท้ารองไว้สักชั่วโมงก็สามารถขจัดกลิ่นได้แล้ว

กากกาแฟ หากมีกากกาแฟสดอย่านำไปทิ้งเด็ดขาด กากกาแฟสามารถนำมาใช้งานซ้ำได้และมีประโยชน์มากด้วย เพียงนำกากกาแฟตากแห้งแล้ว มาห่อกับผ้าขาวบาง แล้วนำไปสอดไว้ในรองเท้า คุณสมบัติของกากกาแฟนั้นช่วยดูดซับกลิ่นอับ รวมถึงความชื้นต่างๆภายในรองเท้าได้ แต่ถ้าหากไม่มีกากกาแฟ สามารถใช้กากชาก็ได้เช่นกัน

เปลือกมะนาวและเปลือกส้ม เป็นวัตถุดิบธรรมชาติที่หาง่ายและไม่มีสารเคมี ซึ่งมะนาวถือว่าเป็นเครื่องครัวที่มีอยู่ทุกบ้านทุกครัวเรือน เปลือกมะนาวที่เหลือจากการทำอาหารมาใส่ไว้ในรองเท้าทิ้งไว้สักพัก หรือหากมีเปลือกส้มก็นำมาใส่แทนได้ คุณสมบัติของเปลือกผลไม้ทั้งสองนั้นช่วยในเรื่องการดูดกลิ่นอับได้อย่างดี

ควรเปลี่ยนรองเท้า แน่นอนว่าการสวมรองเท้าคู่เดิมๆทุกวันนั้นก็ส่งผลต่อกลิ่นอับได้ ดังนั้นควรหารองเท้าสำรองไว้ใส่สลับกันบ้าง จะช่วยในเรื่องของการลดกลิ่นอับได้อย่างดี

เลือกซื้อบ้านในโครงการให้อยู่สบาย

   การเลือกซื้อบ้านนั้นถือว่าเป็นการตัดสินใจอย่างหนึ่งที่ผู้ซื้อต้องคำนึงถึงผลกระทบหลายๆอย่าง ซึ่งการเลือกซื้อบ้านตามโครงการนั้นผู้ซื้ออาจต้องนึกถึงความสะดวกสบาย และทำเลที่ตั้งเป็นหลักเพราะหากว่าเลือกซื้อแล้วเกิดปัญหาภายหลังก็อาจจะทำให้เสียโอกาสในการซื้อบ้านไป ดังนี้แล้วจะเลือกซื้อบ้านตามโครงการยังไงให้อยู่สบาย สามารถทำได้ดังนี้

– ทำเลที่ตั้งโครงการ เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงอย่างมากและเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของผู้ซื้ออีกด้วย ผู้ซื้อควรสำรวจว่าทำเลที่ตั้งของโครงการนั้นอยู่บริเวณใด สะดวกต่อการเดินทางหรือไม่ รวมถึงดูว่าเส้นทางที่โครงการนั้นการจราจรติดขัดหรือไม่ เพราะหากเป็นเช่นนั้นแล้วอาจจะลำบากผู้ซื้อเนื่องจากต้องเผชิญกับปัญหาการจราจรภายหลัง อีกทั้งต้องดูว่าโครงการบ้านนั้นอยู่ลึกในซอย และเปลี่ยวหรือไม่

– ที่อยู่ของบ้านในโครงการ แน่นอนว่าบ้านที่อยู่ลึกในโครงการบ้านนั้นย่อมมีราคาถูกกว่าบ้านบริเวณใกล้ทางเข้า-ออก ซึ่งผู้ซื้ออาจต้องคำนึงว่าบ้านนั้นอยู่ลึกมากแค่ไหน เลี้ยวกี่ซอยจึงจะถึง นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงรั้วกำแพง ที่สูงเพียง มีความป้องกันมากเพียงใด รวมถึงดูไฟทางต่างๆว่ามีครบและทั่วถึงหรือไม่

– พื้นที่สีเขียว รวมถึงสถานที่พักผ่อน สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งของผู้ซื้อคือ พื้นที่สีเขียว เช่นสวนย่อม หรือสวนหญ้าสีเขียวให้เดินเล่น หรือออกกำลังกาย สวนย่อมนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องการของผู้ซื้อที่ใช้สำหรับการพักผ่อนย่อนใจ สถานที่สำหรับออกกำลังกายด้วย อีกทั้งอาจต้องสำรวจว่ามีสระว่ายน้ำรองรับผู้อาศัยในโครงการหรือไม่

เผยกรุงเทพมีขยะมากที่สุดในโลก

  กรุงเทพถือว่าเป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ติดอันดับของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากการขยายตัวที่มีมากขึ้น การลงทุนที่เข้ามามีบทบาทอย่างเช่น การสร้างคอนโด การสร้างรถไฟฟ้า ที่เชื่อมต่อกันมากขึ้น และแน่นอนว่าประชากรของชาวกรุงเทพก็มากขึ้น โดยกรุงเทพถือว่าเป็นศูนย์กลางของการทำงานธุรกิจต่างๆที่ คนต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาทำงานหาเงินมากขึ้น ประชากรในกรุงเทพจึงเพิ่มมากขึ้น คาดว่าในปัจจุบันมีจำนวนมากถึง 10 ล้านคนแล้ว

ประชากรมากก็ย่อมส่งผลต่อขยะมูลฝอยก็เพิ่มมากขึ้นด้วย มีการคาดการณ์ว่าในกรุงเทพมีปริมาณขยะมูลผอยจำนวนมาก นับตั้งแต่ช่วงปี 2556 ถึง 2559 มีขยะมูลฝอยในปริมาณมากถึง 2 ล้านตัน ซึ่งมากที่สุดในประเทศ ขยะเหล่านี้มาจากการซื้อสินค้า การประกอบอาหารซึ่งส่วนที่เหลือนั้นมาจากของที่เหลือทิ้งแล้วทั้งสิ้น  เฉลี่ยแล้วคนกรุงเทพฯ ผลิตขยะมูลฝอย 1.53 กิโลกรัม/คน/วัน โดยขยะเหล่านี้มีปริมาณมากกว่าเมืองใหญ่ๆ หลายเมืองของโลกซะอีก ในแต่ละวันต้องใช้บุคลากรมากกว่า 1 หมื่นคนในการเก็บขยะมูลฝอย ซึ่งไม่ได้มีแต่ตามจุดที่ทิ้งขยะเท่านั้น แต่รวมกับตามลำคลองและแม่น้ำด้วย

กรุงเทพมีการผลิตขยะมูลฝอยมากที่สุดในประเทศไทยถึงร้อยละ 20 ของมูลฝอยทั้งหมดในประเทศ โดยเฉลี่ยมากที่สุดในปี 2557 ถึง 2.3 และ 3.5 ล้านตันเลยทีเดียว ซึ่งขนะดังกล่าวนั้นส่วนใหญ่จะเป็นขยะที่มาจากพืช และเนื้อสัตว์ที่เน่าเสีย โดยขยะเหล่านี้จะนำมาทำกรรมวิธีการผลิตใหม่โดยใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์แทน เพื่อปัญหาสภาวะแวดล้อม แต่ขยะบางส่วนเช่น โฟม พลาสติก หรือขยะอันตรายต่างๆนั้น ต้องนำมาผ่านกรรมวิธีอีกขั้นตอนหนึ่งเพื่อทำลายทิ้ง

ลักษณะดินที่ไม่ควรซื้อสำหรับการสร้างบ้าน

 การที่จะสร้างบ้านสักหลังหนึ่งนั้น ผู้สร้างต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่างของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบการกำจัดของเสีย ระบบระบายน้ำ รวมถึงดินที่แข็งแรงไม่ทำให้บ้านทรุดตัว ซึ่งลักษณะดินที่ต้องห้ามนำมาใช้สร้างบ้านด้วย ซึ่งดินนั้นคือสิ่งสำคัญที่ผู้ก่อสร้างต้องคำนึงถึง ไม่เช่นนั้นดินนั้นอาจส่งผลต่อตัวบ้าน รวมถึงส่งผลต่อกิจการของผู้ขายด้วย

ดินที่รูปทรงไม่สมบูรณ์ ดินที่รูปทรงผิดแปลกซึ่งมีโอกาสเกิดปัญหาในการใช้สอยพื้นที่ ซึ่งมีความเชื่อตามหลักฮวงจุ้ยว่าดินลักษณะนี้จะนำสิ่งไม่ดีมาสู่บ้าน ดินลักษณะผิดรูปทรงเช่น ดินรูปสามเหลี่ยม ซึ่งดินลักษณะดังกล่าวนั้นจะเกิดปัญหาในการออกแบบบ้าน รวมถึงอาคารบ้านเรือน ซึ่งดินลักษณะดังกล่าวนั้นไม่เหมาะแก่การลงทุน

ดินที่ไม่เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อม ก่อนจะสร้างบ้านนั้นควรดูพื้นที่หรือแปลงดิน ซึ่งมีความสำคัญมากต่อการปลูกบ้าน ผู้ซื้อควรสำรวจที่ดินและราคาขายหากมีราคาที่ถูกเกินไป ผู้ซื้อควรตรวจสอบสภาพแวดล้อมก่อนหน้านี้ว่าเคยเป็นสถานที่ใดมาก่อน ซึ่งดินที่ไม่เหมาะแก่การปลูกบ้านนั้น เช่น โรงพยาบาลเก่า โรงฆ่าสัตว์ หรือสถานที่ที่เคยไม่ดีมาก่อน ซึ่งดินในลักษณะนี้ถือว่าเป็นดินที่ไม่ดีหากมองตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว ถือว่าเป็นดินอัปมงคล ดังนั้นแล้วหากต้องการซื้อที่ดินสักแปลง สองแปลง ลองเช็คราคาว่ามีราคาเท่าใด รวมถึงเช็คสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมด้วย

ลักษณะความหนาแน่นของดิน ก่อนที่ผู้ก่อสร้างจะปลูกบ้านสักหลังควรคำนึงถึงลักษณะและความหนาแน่นของดิน และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงว่าสามารถปลูกบ้านได้หรือไม่เช่น ดินอ่อนที่เสี่ยงต่อดินทรุด หรือบริเวณที่มีเชิงเขาที่เสี่ยงต่อหินและดินถล่มได้

รวมโครงการคอนโดติดรถไฟฟ้า แห่งปี 2017ตอน 2

– นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น คอนโดโครงการใหม่ย่านปริมณฑล อีกทั้งยังใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีม่วง และห่างจากสถานีปากเกร็ดเพียง 500 เมตรเท่านั้น ในโครงการประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย คอนโดแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณ ถนนติวานนท์ ใกล้กับห้าแยกปากเกร็ด ซึ่งรวมสถานที่ต่างๆมากมายเช่น ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน โรงพยาบาล ท่าเรือ ซึ่งราคาเริ่มต้นที่ 1.30 ล้านบาท

– ดีคอนโด อ่อนนุช-พระราม 9 คอนโดในเขตใจกลางเมือง แหล่งรวมย่านธุรกิจต่างๆมากมาย ซึ่งโครงการนี้ตั้งอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต ลิงก์ บริเวณสถานีทับช้าง ซึ่งติดกับถนนสายสำคัญต่างๆ เช่น ถนนอ่อนนุช ถนนพระราม 9-มอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนรอบนอก ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ และสวนหลวง ร.9 ด้วย โดยโครงการนี้จะมีสิ่งที่ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มาพร้อมห้องชุด 29-30 ตารางเมตรราคาเริ่มที่ 1.39 ล้านบาท

– อิซซี่ คอนโด สุขสวัสดิ์ คอนโดย่านชานเมืองอีกแห่งหนึ่ง ที่สามารถเห็นวิวของแม่น้ำเข้าพระยาได้อย่างสวยงาม คอนโดตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น รวมถึงยังใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีม่วง และใกล้กับทางด่วนสุขสวัสดิ์ – ดาวคะนอง คอนโดแบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ 1 ห้องนอนขนาด 25 – 30 ตารางเมตร และ 2 ห้องนอนขนาด 40 – 55 ตารางเมตร โดยราคาเริ่มที่ 1.59 ล้านบาท

– เดอะทรัสต์ คอนโด งามวงศ์วาน คอนโดย่านงามวงศ์วาน ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ซึ่งประกอบด้วยสถานที่ต่างๆ ใกล้เคียง รวมถึงห่างจากเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ประมาณ 700 เมตรเท่านั้น คอนโดประกอบด้วยห้องชุดขนาด 29-30 ตารางเมตร และ 59 ตารางเมตร แบ่งเป็น 1 ห้องนอนและ 2 ห้องนอน ราคาเริ่มที่ 1.69 ล้านบาท