ทำความสะอาดเขียงไม้ให้อยู่นานๆและไร้เชื้อรา

บ้านและที่อยู่ ทำความสะอาดเขียงไม้

เขียงไม้ อุปกรณ์ทำครัวหลักที่ขาดไม่ได้เลยตามครัวเรือน ซึ่งเขียงไม้นั้นทำมาจากไม้แน่นอนว่าเมื่อทำความสะอาดแล้วสิ่งที่เราต้องคำนึงคือ ความชื้น เชื้อโรคต่างๆ บนเขียงที่ตกค้างอยู่ทั้งนี้เราสามารถดูแลเขียงไม้ให้สะอาด ปลอดภัยจากเชื้อโรคหลายชนิด เพราะนอกจากจะมีความชื้นแล้ว ไม้นั้นยังส่งผลให้เกิดเชื้อโรคต่างๆ คราบสกปรก พร้อมกลิ่นเหม็นได้ ทีนี่เรามาดูกันว่าเขียงไม้นั้นสามารถทำความสะอาดได้ง่ายๆ โดยวิธีเหล่านี้

มะนาวและเกลือ วัตถุที่หาง่ายๆในครัวอย่าง มะนาวและเกลือ ซึ่งเป็นตัวช่วยในการขจัดคราบรวมถึงขจัดเชื้อราต่างๆจากเขียงได้อย่างดี วิธีง่ายๆโดยการนำมะนาวผ่าครึ่งนำมาขัดรอบๆเขียง และนำเกลือมาโรยรอบเขียงและขัดอีกครั้ง จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 5 -10 นาที แล้วนำไปล้างด้วยน้ำร้อน จากนั้นนำไปล้างด้วยน้ำยาล้างจานอีกครั้งเพียงเท่านี้เขียงไม้ก็สะอาดและไร้คราบสกปรกแล้ว

น้ำส้มสายชู มีกรดที่สามารถช่วยขจัดคราบและทำความสะอาดสิ่งสกปรกต่างๆได้ ทั้งยังสามารถขจัดกลิ่นหัวหอมและกระเทียมออกไปได้อย่างดี วิธีง่ายๆคือนำผ้ามาชุปกับน้ำส้มสายชู แล้วนำมาเช็ดหน้าเขียงไม้ ทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกด้วยน้ำยาล้างจาน ข้อควรระวังคือควรสวมถุงมือด้วยเพราะอาจจะโดนน้ำส้มสายชูกัดมือได้

เบกกิ้งโซดา วิธีเดียวกับการใช้มะนาวและเกลือ เบกกิ้งโซดา สามารถทำความสะอาดสิ่งต่างๆได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ทำความสะอาดเขียงก็เช่นกัน โดยการนำเบกกิ้งโซดา ผสมกับเกลือและน้ำอุ่นและราดลงบนเขียงจากนั้นใช้แปรงสีฟันขัดเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

การเลือกชักโครก 2

อีกหนึ่งเรื่องที่ต้องรู้ก็คือเรื่องความสูงของชักโครก ซึ่งโดยปกติชักโครงจะมีความสูงอยู่ราวๆ 14 นิ้ว เป็นความสูงมาตรฐาน จังหวะที่นั่งลงไปเข่าจะงอเล็กน้อยเพื่อช่วยให้การปลดทุกข์จัดอยู่ในท่วงท่าที่สามารถปล่อยอาวุธออกมาได้ง่าย แต่สำหรับบ้านไหนที่เป็นห่วงเรื่องผู้สูงอายุที่ต้องใช้งานร่วมกันก็สามารถเลือกชักโครกรุ่นที่ผลิตมาเพื่อผู้สูงอายุได้ หรืออาจจะเลือกชักโครกที่มีความสูงประมาณ 16.5 นิ้ว ตามมาตรฐานโลกกำหนดสำหรับชักโครกผู้สูงอายุส่วนในเรื่องตำแหน่งการติดตั้งชักโครกที่ดีนั้น ควรให้เหลือพื้นที่ปลายสุดของชักโครกถึงผนังห้องน้ำอย่างน้อย 30 ซม. เพื่อไม่ให้หัวเข่าเราติดผนังห้องเวลาใช้งาน ส่วนรัศมี ส่วนรัศมีด้านข้างควรมีรัศมีการใช้งานอย่างน้อย 0. 80 – 1 ม. ความสะดวกในการใช้งานทุกท่วงท่าและอริยาบถ รวมไปถึงคนตัวใหญ่ก้สามารถใช้งานได้อย่างไม่ลำบาก

ปัญหาที่ทุกคนต้องเจอ ทุกบ้านต้องมี เลือกชักโครกไม่ดี จมูกจะบี้และพังได้ ปัญหานี้ก็คือกลิ่นย้อนศรที่ตีขึ้นมาหลังจากเก็บงาน ไม่ต้องนึกภาพก็แทบอาเจียน หากใครไม่อยากพบปัญหานี้ ควรเลือกชักโครก รุ่นที่มีระบบ Floor Flange หรือ ปะเก็นแว๊ก แทนการใช้ซีเมนต์ขาวยาแนวปิดทับรอยต่อ เนื่องจาก ปะเก็นแว็ก หรือ Wax Ring นี้ จะครอบรอยต่อแทนยาแนวบริเวณท่อน้ำทิ้งที่พื้นกับปลายท่อจากคอห่านชักโครกได้ดีและเรียบเนียนกว่า สามารถป้องกันกลิ่นย้อนศรเตะเข้าจมูก และการรั่วซึมที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากๆ กับชักโครกได้ ทั้งนี้เองนอกจากการเรื่องชักโครกรุ่นที่มีปะเก็นแว็กแล้ว ก็สามารถยาแนวรอบชักโครกซ้ำด้วยซิลิโคนคุณภาพสูงเพื่อป้องกันสองชั้น และช่วยไม่ให้น้ำซึมเข้าใต้ฐานชักโครกได้ ซึ่งหากทำตามครบองค์ประกอบนี้รับรองให้เป็นของเสียของช้าง ม้า วัว ควาย ซากสัตว์ตาย ก็ไม่วายที่จะส่งกลิ่นเหม็นขึ้นมาในห้องน้ำของเราได้

 

 

 

 

การเลือกชักโครก 1

สำหรับใครที่กำลังสร้างบ้านหรือรีโนเวทบ้านอยู่ และอยู่ในขั้นตอนการทำห้องน้ำ  มีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายๆ คนอาจจะมองข้ามไปเกี่ยวกับชักโครก หากไม่ศึกษาให้ดีเรื่องเล็กๆ อย่างชักโครกอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ภายในบ้านก็ได้ โดยเรื่องแรกที่ต้องรู้เกี่ยวกับชักโครกเลยก็คือ

การเลือกรูปแบบและรูปทรงของชักโครก

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำให้องค์ประกอบในห้องน้ำสมบูรณ์ก็คือการเลือกรูปแบบและรูปทรงของชักโครก ซึ่งถือเป็นสิ่งแรกสำหรับสุขภัณฑ์ที่ต้องคำนึงถึง โดยปัจจัยหลักในการเลือกชักโครก สิ่งที่ต้องดูอันดับแรกเลยก็คือเรื่องของรูปทรงของฝารองนั่งชักโครกที่ปัจจุบันส่วนใหญ่จะมีทรงกลม ทรงรี และรูปทรงอื่นๆ  ซึ่งมีลักษณะและการใช้งานของชักโครกที่แตกต่างกันไปสำหรับใครที่มีพื้นที่ในห้องน้ำจำกัด ไม่ใหญ่มาก แนะนำให้เลือกฝารองนั่งชักโครกแบบกลม เพราะมีขนาดเล็กกระทัดรัดใช้งานง่ายแต่ถ้าคนที่มีขนาดตัวใหญ่หน่อยจะใช้งานยากขึ้น ส่วนฝารองนั่งชักโครกทรงรีก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นมา นั่งสบายกว่าทรงกลม สามารถติดตั้งได้บนห้องน้ำที่มีพื้นที่กว้างขึ้นมาหน่อยเพราะมีรัศมีการใช้งานมากกว่า ที่สำคัญราคาของฝารองนั่งชักโครกทรงรีแพงกว่าทรงกลมด้วยทั้งนี้ในเรื่องความปลอดภัยของฝารองนั่งชักโครกก็ควรเลือกฝารองนั่งชักโครกสมัยใหม่จะมีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Soft Close ที่ช่วยในเรื่องการป้องกันฝารองนั่งชักโครกแตก ร้าว และก่อให้เกิดอันตรายเวลาใช้งานได้

การดูแลพรมในบ้าน

  • การใช้พรม

การเลือกซื้อพรมควรพิจารณาการใช้งานตามกิจกรรมของสมาชิกในบ้าน เนื่องจากไลฟ์สไตล์หรือการใช้ชีวิตภายในบ้านมีส่วนสำคัญและเกี่ยวข้องกับลักษณะของพรมปูพื้น เช่น การเลี้ยงสัตว์ หรือสมาชิกในครอบครัวมีเด็กเล็กที่พร้อมสร้างคราบสกปรกทุกเมื่อ บ้านของเราอาจจะไม่เหมาะกับพรมที่เสี่ยงเป็นคราบสกปรกง่ายนอกจากนั้น เรายังต้องพิจารณาสภาพแวดล้อมของบ้าน หากเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกหรือฝุ่นละออง เช่น ใกล้แหล่งโรงงานอุตสาหกรรม ใกล้ถนนใหญ่ หรือมักจะเปิดประตูหน้าต่างในบ้านทิ้งไว้ พื้นพรมของเราอาจจะกลายสภาพเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นละอองและสารก่อให้เกิดภูมิแพ้ ซึ่งเราจำเป็นต้องคอยหมั่นทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ

ขณะที่การเลือกใช้สีของพรม นอกเหนือจากความชื่นชอบแล้วยังสัมพันธ์กับการใช้งาน เช่น ในห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่นและสกปรกง่าย เราไม่ควรเลือกใช้พรมสีเข้มที่ไม่มีลวดลายและพรมสีอ่อนมาก เพราะจะทำให้เห็นรอยเปื้อนและฝุ่นละอองชัดเจนมาก โดยโทนสีสามารถช่วยปรับบรรยากาศของห้องได้ เช่น ถ้าเป็นห้องขนาดเล็ก เราควรเลือกโทนสีสว่าง เพื่อให้ห้องดูมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือการใช้ สีฟ้าและสีเขียวให้บรรยากาศเย็นสงบ รวมทั้งการใช้สีทองและสีแดงอ่อนเพื่อสร้างพลัง และให้ความรู้สึกความอบอุ่น นอกจากนั้นยังสามารถลดสีสันของห้องที่ฉูดฉาด ด้วยการปูพื้นพรมสีเนื้อหรือสีครีมผ่อนคลายบรรยากาศ

  • การดูแลทำความสะอาด

การปูพรมอาจจะให้สัมผัสที่ดีและอ่อนนุ่ม แต่ต้องแลกมาด้วยการทำความสะอาดพื้นพรม ซึ่งพรมแต่ละชนิดมีวิธีการทำความสะอาดและความพิถีพิถันในการดูแลรักษาแตกต่างกัน ซึ่งเราควรศึกษาวิธีการดูแลทำความสะอาดเบื้องต้น เพื่อชั่งใจคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะพรมปูพื้นอาจจะกลายเป็นแหล่งสะสมฝุ่นและเชื้อโรคที่ส่งผลต่อสุขภาพของสมาชิกในครอบครัวได้ ซึ่งหลายร้านที่ให้บริการปูพรมมักจะมีการรับประกันพรม และบริการหลังการขายเพิ่มเติม โดยเราสามารถสอบถามบริการเหล่านี้ได้จากผู้ให้บริการปูพรม

การเลือกสถานที่ปูพรม

สำหรับการปูพรมในบ้าน เราไม่สามารถใช้พรมแบบเดียวกันปูพื้นเหมือนกันทุกห้อง เนื่องจากพรมแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและการใช้งานที่เหมาะสมแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น พื้นโถงทางเดิน ซึ่งเป็นบริเวณที่ใช้งานบ่อยและเสี่ยงต่อการเกิดคราบสกปรกง่าย เราควรเลือกปูพรมขนตัดที่ให้ความทนทานและสัมผัสนุ่มเท้า รวมถึงมีคุณสมบัติป้องกันคราบซึมเปื้อนได้เป็นอย่างดีส่วนการปูพื้นขั้นบันไดควรเลือกปูพรมขนตัดแทนพรมขนห่วง เพราะสามารถนำมาโค้งงอตามรูปขั้นบันไดได้มากกว่า โดยก่อนซื้อเราควรทดสอบความหนาแน่นของพรม ด้วยการใช้นิ้วจิ้มสำรวจพื้นพรม ถ้าเส้นพรมมีความหนาและละเอียด เราจะไม่สามารถแตะถึงวัสดุบุรอง เพื่อให้ได้พรมที่ทอแน่นหนา และไม่ให้เส้นพรมแตกแยกเวลาโค้งงอตามขั้นบันได

ขณะที่ห้องรับประทานอาหารควรพิจารณาพื้นที่รับประทานอาหาร ขนาดและรูปทรงของโต๊ะอาหาร เช่น การใช้พรมสี่เหลี่ยมผืนผ้ากับโต๊ะที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือพรมวงกลมสำหรับโต๊ะอาหารทรงกลม ซึ่งหากปูพรมลงบนพื้นและจัดวางโต๊ะ เก้าอี้บนพรมแล้ว ชายขอบของพรมควรพอดีกับด้านหลังของเก้าอี้หรือเกินออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ด้านการปูพรมห้องนั่งเล่น ซึ่งช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้สมาชิกภายในบ้านใกล้ชิดกันมากขึ้น เราควรเลือกขนาดของพรมปูพื้นให้เหมาะสม ด้วยการวัดขนาดของชุดโซฟา ซึ่งขอบของพรมปูพื้นควรเสมอกับด้านหลังของโซฟา หรือให้ชายพรมเกินออกมาจากชุดโซฟาเล็กน้อยเช่นเดียวกับการปูพรมในห้องรับประทานอาหาร

ท้ายสุดกับปูพรมในห้องนอน ซึ่งมอบสัมผัสอ่อนนุ่มต้อนรับเช้าวันใหม่และก่อนนอนหลับฝันดี ด้วยความรู้สึกผ่อนคลายบนพื้นพรม ซึ่งการเลือกขนาดของพรมปูพื้นควรใช้พรมวางไว้ด้านข้างของเตียงนอน หรืออาจจะใช้พรมผืนใหญ่ผืนเดียวปูลอดใต้เตียงนอน โดยเว้นช่วงหัวเตียงให้พรมเสมอกับปลายเตียงหรือขอบพรมเลยปลายเตียงไปเล็กน้อย